11.26.2007 | THOUGHT.ARR3E.NET
NEW BLOG : http://www.arr3e.net/thought
ย้ายไปเขียนที่ลิ๊งข้างบนแล้วนะ
NEW BLOG : http://www.arr3e.net/thought
ย้ายไปเขียนที่ลิ๊งข้างบนแล้วนะ

อันนี้เป็นหนึ่งในหนังสือที่กำลังอ่านอยุ่ตอนนี้แล้วก็รู้สึกว่า ชอบเล่มนี้มาก
หนังสือเล่มนี้เป็นหนังสือรวบรวมเรื่องสั้นเชิงคิดทดลองทางปรัชญา ซึ่งแต่ละเรื่องก็มีประเด็นให้ขบคิดกัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ ตัวตนของเรา กับเครื่องส่งมวลสาร , หญิงเดียวชายเดียว ความรัก และ Sex กับ เครื่อง Virtual Sex , การรักษาคงรูป คุณค่าของงานศิลปะ กับ แวนโก๊ะที่กำลังวาดรูปอยู่บนชายหาดที่คลื่นกำลังจะซัดเค้าลงทะเล หรือ พ่อครัวมังสวิรัติ ผู้หลงไหลการกินเนื้อหมูสังเคราะห์จากกระบวนการทาง Genectic Engineering และอื่นๆอีก รวมทั้งหมด 100 เรื่อง และ ผู้เขียนจะเขียนข้อคิดเห็นของตน และสอดแทรกแนวความคิดจากศาสตร์ทางปรัชญา หลังเรื่องสั้น ซึ่งเป็นความรู้ แนวคิดเชิงปรัชญาที่เกี่ยวข้องกับเรื่องสั้นนั้นๆ
ตัวอย่างตอนหนึ่งซึ่งประทับใจ นั่นคือเรื่อง Indian and the ice เป็นเรื่องของชาย Indian คนหนึ่งซึ่งอาศัยอยู่ในทะเลทรายมาตลอดชีวิต และได้บอกกับลูกพี่ลูกน้องกับเค้าวา่เค้าจะออกไปท่องโลก และสิ่งหนึ่งที่เค้าอยากเห็นก็คือ “น้ำแข็ง” และเขาก็พยายามอธิบายว่า น้ำแข็งมันก็คือน้ำที่เมื่ออุณหภูมิมันลดตัวลงจนถึงขั้นหนึ่ง มันจะกลายเป็นก้อนได้ ฝ่ายลูกพี่ลูกน้องได้ฟัง ก็คิดว่านั่นเพ้อเจ้อ จะมีอะไรแบบนั้นไปได้อย่างไร (เพราะตลอดชีวิตของเขาไม่เคยเจอน้ำแข็งมาก่อน)
หลังจากได้อ่านตอนนี้จบก็กลับมานั่งนึกๆว่า เอ่า แล้วไอ่ที่เราคิดว่านั่นไม่จริงมั่ง ไม่ใช่มั่ง จริงๆแล้ว เราอาจจะเป็นอย่างเค้าที่ไ่ม่เคยเจอน้ำแข็งมาตลอดชีวิตรึเปล่า ? และเป็นประเด็นคำถามต่อๆมาว่า แล้วเราสามารถตัดสินอะไรจากประสบการณ์เราได้จริงๆหรือไม ?่ บางอย่างที่เราไม่มีประสบการณ์กับมันเราจะวิจารณ์มันได้อย่างไร ?
อีกหนึ่งจุดที่น่าสนใจ คือการที่ผู้เขียนได้ใส่ บทที่เกี่ยวข้อง และมีเนื้อหาคล้ายๆกันเอาไว้ด้วย ทำให้เราตามไปอ่านในเรื่องที่เราสนใจเฉพาะต่อไปได้อีก
สรุปแล้วก็เป็นหนังสือที่กระตุ้นให้สมองได้ทำงานมากขึ้น อีกเล่มหนึ่งเลยทีเดียว

ขอเรียนเชิญท่านซึ่งเป็นนักออกแบบ ให้เกียรติเข้าร่วมโครงการอักขรศิลป์ ทรงพระเจริญ โดยออกแบบอักขรศิลป์ ทรงพระเจริญ รูปแบบใหม่ขึ้น เพื่อร่วมเฉลิมพระเกียรติ แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช เนื่องในวโรกาสที่ทรงเจริญพระชนมพรรษา 80 พรรษา
เนื่องจากกลุ่มคณะวิชาศิลปกรรมศาสตร์ คณาจารย์ นักออกแบบ ศิลปิน บริษัท สยามพิวรรธน์ และองค์กรเอกชนต่างๆได้ร่วมกันจัดโครงการอักขรศิลป์ ทรงพระเจริญ ซึ่งเป็นโครงการออกแบบ และเผยแพร่อักขรศิลป์ ทรงพระเจริญ รูปแบบใหม่ เพื่อร่วมเฉลิมพระเกียรติ แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช เนื่องในวโรกาสที่ทรงเจริญพระชนมพรรษา 80 พรรษา และจะมีการรวบรวมผลงานอักขรศิลป์ ทรงพระเจริญ จากนักออกแบบและผู้ที่ส่งผลงานเข้าร่วม เพื่อจัดแสดงในระหว่างวันที่ 14 - 17 ธันวาคม 2550 บริเวณ โถงชั้น 1 สยามดิสคอพเวอรี่เซ็นเตอร์ และผ่านเว็บไซต์ www.songpracharoen.org
โดยมีกำหนดส่งผลงานออกแบบดังนี้
ออกแบบอักขรศิลป์ ทรงพระเจริญ
ขนาด A2 (60 x 42 ซม.)
ส่งเป็น File ภาพ jpeg โดยให้มีความละเอียด 150 ? 300 dpi
ภายในวันที่ 30 พฤศจิกายน 2550

เมื่อก่อนที่บ้านเคยมีไพ่ทาโร่ชุดคลาสสิกชุดนึง ตอนนั้นก็แบบว่าสนใจนะ แต่ยังเด็กมากๆ ก็อ่านๆไปตามประสา เด็กมันอยากรู้อยากเห็น แต่ไม่นานมานี้ กิ๊พเอาเรื่องนั้นเรื่องนี้ เกี่ยวกับไพ่ทาโร่มาหลอก ตอนแรกก็ไม่อินเท่าไหร่ แต่พอเข้าใจอะไรบางอย่างเกี่ยวกับมันก็อินเหมือนกัน อินจนไม่อยากทำอะไรละ อยากอ่านเรื่องต่างๆที่เกี่ยวกับไพ่อย่างเดียว
เมื่อวานได้มีโอกาสไปดู Deck ต่างๆที่ Asia Book แล้วก็พบกับ Deck ไพ่ทาโร่ชุดนี้ซึ่งเป็นชุดที่เห็นแล้วจี๊ดมาก เห็นทีแรกก็จำได้คลับคล้ายคลับคลาว่าเป็นงานสไตล์ Gustav Klimt แล้วก็ใช่จริงๆด้วย กิเลสความอยากก่อเกิดขึ้นมาเลยทีเดียว เพราะ เมื่อเทอมที่ผ่านมา เราชอบงานของ Klimt มากๆ มันเจ๋ง มันงามจนไม่รู้จะอธิบายยังไง แล้วเราก็รู้สึกว่างานสไตล์ของ Kimt น่ะ เหมาะจริงๆกับการเขียนภาพประกอบบน Deck ไพ่ทาโร่ แล้วมันก็ออกมาดีมากๆด้วย(ดูในเนตเอาน่ะ ยังไม่ได้ซื้อเลย T.T) ชอบมาก
เขียนๆมานี่พูดตรงๆว่ายังอ่านข้อมูลเกี่ยวกับไพ่ ได้ไม่เท่าไหร่ แต่ก็หลงในความงามของมันไปซะแล้ว ขอตัวไปอ่านต่อ ><
เกี่ยวกับ Gustav Klimt
http://en.wikipedia.org/wiki/Gustav_Klimt
ฝรั่งคนนึง เหงาใจเปล่าเปลี่ยว
อยากหาคนคุย เลย เลี้ยงเบียร์เจ้าของร้าน
อืมมม ก็เหมือนจะธรรมดา
แต่มาคิดๆดูว่า
ระหว่าง ฝรั่งหยิบเบียร์จากตู้เจ้าของร้านมาเลี้ยง
หรือซื้อเบียร์จากที่อื่นมาเลี้ยงเจ้าของร้าน
ถ้าหยิบจากร้านมาเลี้ยง ของในตู้ก็ขายได้ ได้กินเบียร์ฟรี ได้กำไรส่วนต่าง
หรือถ้าเค้าเอาที่อื่นมาเลี้ยง ของในตู้ก็ยังอยู่ ได้กินเบียร์ฟรี ไม่ได้กำไรส่วนต่าง
แล้ว อันไหน มันจะคุ้มกว่ากัน ><
อยากอยู่บ้าน Slytherin
เทอมที่แล้วนั้น อาจจะเรียกได้ว่ามีวิชาที่ชอบเรียนอยู่จริงๆแค่วิชาเดียวนั่นคือ วิชาประวัติศาสตร์และการออกแบบ ซึ่งก็ได้เกรดที่น่าพอใจมาครอบครอง ส่วนวิชาอื่นๆในเทอมที่แล้วนั้น แทบจะพูดได้ว่าไม่มีวิชาใดที่น่าสนใจเลย ซึ่งต่างกับเทอมนี้เอามากๆ
วิชาภาคที่ได้เรียนในเทอมนี้ได้แก่วิชา Motion Graphic , Short Film , Photo Retouching , Maya , Concept of Design ซึ่งนั่นคือวิชาที่จะได้เจอในเทอมนี้ (ส่วนในสาขากราฟฟิก มีวิชา Typography , Magazine Design อีกต่างหาก ซึ่งอาจจะไปขอ Sit in ใน Class ได้ถ้ามีโอกาส) เรียกได้ว่าทุกศาสตร์ทุกสาขา มาประโคมกันในเทอมเดียวซึ่งสังหรณ์ว่า เทอมนี้ แม้ว่าจะมีความถนัดในหลายๆอย่างที่เกี่ยวกะรายวิชามาแล้งบ้าง ก็ยังคิดว่าจะเอาตัวไม่รอดเลยก็ว่าได้ ซึ่งไม่รู้ว่าจะดีหรือเปล่ากับการเอาวิชาสนุกๆมันๆมายัดกันไว้ในเทอมเดียวแบบนี้
ข้อดีคงเป็นความสนุกสนานที่จะได้รับกับการเรียนในเทอมนี้ ข้อเสียคงเป็น ระยะเวลาที่ใช้ในการผลิตผลงานอาจจะไม่เพียงพอ ทำให้งานในวิชาเรียนออกมาได้ไม่ดีเท่าที่มันควรจะเป็น (แต่จริงๆก็ไม่น่าเป็นห่วงเท่าไหร่ เพราะเราอยู่ตลอดอยู่แล้วว่า มนุษย์เรา สามารถเรียนรู้ได้ตลอดชีวิต) ถ้ามองกันดีดี เทอมนี้น่าจะเป็นเทอมแห่งการฝึกฝนชีวิต ฝึกฝนนิสัยได้อย่างแท้จริง
ชีวิตในเทอมนี้น่าจะเต็มไปด้วยความยุ่งเหยิง โต๊ะทำงานเต็มไปด้วยขนมและกาแฟ วันหยุดคงเหลือแค่วันเสาร์วันเดียว ส่วนวันอาทิตย์และวันจันทร์(ที่ไม่มีวิชาเรียน) คงได้แต่ปั่นงาน เทอมนี้น่าจะเป็นเทอมที่เราจะได้กลับมาพัฒนาตัวเองทางด้านทักษะและความรู้จริงๆเสียที
ไม่รู้ทำไมรู้สึกว่าเทอมนี้ไปจนตลอดเทอม ไปจนถึงเปิดเทอมใหญ่ กำลังมีอะไรที่น่าสนใจรออยู่ก็ไม่รู้เหมือนกัน หรือว่ามันกำลังจะถึงรอยต่อที่สำคัญ ไปสู่การทำงาน และการเป็นผู้ใหญ่ก้ได้มั้ง เทอมที่ผ่านจริงๆคิดว่าจะเป็นเทอมที่เราจะได้ฝึกฝนในเชิงทักษะ แต่กลายเป็นว่าไม่ได้ทำอย่างที่ตั้งใจ แต่มามองย้อนตัวเอง กลับพบว่า เวลาที่ผ่านไปนั้นก็มิได้สูญเสียไปอย่างไร้ค่าเท่าไหร่ เทอมที่ผ่านเป็นช่วงเวลาที่รู้สึกได้ว่า ตัวเองได้พัฒนาทางด้านความคิด และการใช้ชีวิต มีมุมมอง และทัศนคติวิสัยทัศน์ที่เปลี่ยนไป เทอมนี้คงได้รู้กันว่า ตลอดเวลาที่สั่งสมมาจะใช้การได้หรือไม่
ปัญหาเรื่องการเลือกเดินทาง 3 ทาง (โปรดักชั่น , กราฟฟิกดีไซน์ , โฆษณา) หลังจากที่ปิดเทอมที่ผ่านมามีเวลาให้กับการคิดเรื่องนี้ ได้พูดได้คุยกับเพื่อนร่วมทาง ก็พอจะมีลู่ทางในการเดินต่อไป ยังไงคงต้องรอดูช่วงปีหน้าไปตลอดจนก่อนฝึกงานนั่นแหละ ที่พอจะบอกได้ว่า อะไรกันที่เหมาะกับเรามากกว่ากัน การคิดถึงเรื่องนี้ วางแผนตอนนี้ยังสามารถกระทำได้เพียงการวางแผนหยาบๆ
ทั้งหมดทั้งปวงคงสำเร็จลุล่วงไปได้ ถ้าข้าพเจ้าไม่ติด Facebook และ Social Network อื่นๆ รวมถึง MSN จนเกินเหตุ นะ
ฉันกำลังรอฝนหยุดตก
เดี๋ยวพอมันหยุด เราจะออกไปวิ่งเล่นกันนะ
เราว่ามันซาซาแล้วล่ะ
ออกไปตอนนี้เดี๋ยวเป็นหวัด
รอดูรุ้งด้วยกันสิ

Good Booklet Design
Good Music
by ASIAN KUNG-FU GENERATION
http://www.sonymusic.co.jp/Music/Info/AKG/
http://www.sonymusic.co.jp/Music/Info/AKG/disco/index.html