April 9, 2009 at 4:34 am · Filed under Music
สุดยอดวง Shoegaze วงใหม่ในดวงใจ (จริงเขาทำเพลงมาหลายปีแล้ว พึ่งได้ฟังก็คราวนี้) จาก LA ทีเด็ดอย่างหนึ่งคือเป็นวง Shoegaze ที่นักร้องนำเป็นผู้หญิง ร้องเพลงได้เมาและหลอนมาก ส่วนใครชชื่นชอบในเสียง noise ต่างๆ คงจะชื่นชอบอัลบั้มนี้ได้ไม่ยาก
เพลงติดหูที่สุดของเป็น Beauty ที่ฟังดู Pop หน่อย (ฟังได้หลายรอบมาก ช่วงนี้ก็ฟังอยู่เพลงเดียว วนไปวนมา) ส่วนเพลงอื่นก็สไตล์ Shoegaze กันไป ที่น่าสนใจแตกต่างจากวงอื่นคือ เพลง Shoegaze มักจะติดปัญหาที่ฟังได้เป็นช่วงๆ ณ อารมณ์ช่วงนั้นๆ ฟังนานๆอาจจะหลอนประสาทปวดเศียรเวียนเกล้าได้ แต่ชุดนี้กับรู้สึกว่าฟังได้หลายๆรอบต่อๆกันทั้งวันทั้งคืน เอาเป็นว่าวงนี้โดนใจมาก ยกขึ้นหิ้งเป็นวงที่ชอบตลอดกาลได้เลย
DOWNLOAD เพลง Beauty จัดไป คลิกที่นี่
DOWNLOAD ทั้งชุดจัดไปที่
http://www.nodata.tv/2009/03/gliss-devotion-implosion-2009.html
April 5, 2009 at 1:32 pm · Filed under Type
คำบรรยาย ท้ายคำเฉลยนี่มันดูกัดๆเจ็บๆดีเหมือนกันนะ(มีการบอกว่าถ้าเราได้ Comic Sans จะทำ Quiz ใหม่ด้วยนะ ซึ่งจริง !) จริงๆก็ตั้งแต่คำถามแล้วล่ะ ก็อยากรู้เหมือนกันว่า Result อื่นๆเป็นยังไง จะมีฟอนต์ Garamond, bondoni ยังงี้หรือไม่ แล้วพวกที่ได้ Arial จะโดนกัดว่าอะไรนะ แต่ก็ได้พบตัวอย่างของคนที่ได้ Myriad Pro มาให้ชมกัน (หาว่าเป็นสาวกแอปเปิ้ลซะงั้น)
ใครอยากเข้าไปทำแบบทดสอบล่ะก็เข้าไปทำได้เลยที่
http://apps.facebook.com/whatfontareyouadedab/quiz/questions
ต้องมี Account Facebook กันก่อนนะ เชื่อว่าทุกคนน่าจะมีกันแล้ว อย่างไรก็ตาม ถ้าไม่มีก็จงสมัครซะนะ คุณๆทั้งหลาย
April 5, 2009 at 1:02 am · Filed under Motion , Music
Official video for the first single from ‘Junior’! Directed by Reuben Sutherland. The album ‘Junior’ is out 23rd March! http://royksopp.com
April 3, 2009 at 4:40 am · Filed under Uncategorized
แอดมาเลยครับใครเล่น Restaurant City ชื่อ Jack VI ครับ แอดกันมาได้ แลกวัตถุดิบกัน ร้านเปิดตลอด 24 ชั่วโมงครับ มีพักบ้างบางเวลา อยู่ร้านบ้างไม่อยู่ร้านบ้างนะครับ หวังว่าคงได้ทำธุรกิจร่วมกัน
March 29, 2009 at 11:07 pm · Filed under Motion , My Works
March 24, 2009 at 11:10 am · Filed under Motion , My Works
Task: Visual Motion
March 16, 2009 at 8:58 am · Filed under Motion , My Works
Cps 4 / 12 from Panithi Khachonpisitsak on Vimeo .
February 4, 2009 at 4:40 am · Filed under Music
ไม่บ่อยครั้งที่จะได้ฟังดนตรี Jazz ของวงญี่ปุ่น ที่เล่น Jazz สไตล์ 60s 70s ออกมานัก หรือเพราะมันไม่ดังนี่แหละ เลยไม่มีโอกาสได้ฟัง
แม้ว่าเราจะไม่ใช่สาวกเพลง Jazz แท้จริงก็ยังฟังได้เรื่อยๆ จังหวะเพลงสนุกสนาน เอกลักษณ์ อยู่ที่ความอบอวลของเสียง Double Bass เสียง Melody จาก Piano ที่พริ้วไหว และลื่นหู แลกเปลี่ยนจังหวะจะโคน ผลัดกันนำ ผลัดกันตาม ระหว่าง Drums และ Percussion จะเลือกฟังแยกไลน์ หรือจะทั้งหมดเป็นองค์เดียว ก็ทำได้ไม่ขัดหู หรือจะนำไปใช้เปิดใน Cafe เล็กๆ ก็นับว่าไม่เลวทีเดียว
February 4, 2009 at 2:51 am · Filed under Quote
” Every great magic trick consists of three acts. The first act is called “The Pledge”; The magician shows you something ordinary, but of course… it probably isn’t. The second act is called “The Turn”; The magician makes his ordinary some thing do something extraordinary. Now if you’re looking for the secret… you won’t find it, that’s why there’s a third act called, “The Prestige”; this is the part with the twists and turns, where lives hang in the balance, and you see something shocking you’ve never seen before. ”
From “The Prestige”
February 3, 2009 at 8:13 pm · Filed under Games , Inspiration
นานๆทีจะมีเกมไอเดียโดดเด้งมาให้เล่นกัน แถมยังเป็นเกมเล่นง่ายๆ เล่นเพลินๆ เกมนี้เอาความฝันในวัยเด็กที่ชอบวาดรูปเล่น จินตนาการไปเรื่อย แต่วันนี้มันออกมาจากกระดาษตอนเด็กของเรา สู่จอคอมพิวเตอร์ในรูปแบบเคลื่อนไหวแล้ว
วิธีเล่นก็ไม่ยาก เราจะต้องเขียนชิ้นส่วนเพิ่มเติมลงไปในภาพ ซึ่งจะส่งผลต่างๆในฉากนั้นๆ เราอาจจะเขียนได้หลายอย่าง เช่น เขียนกล่อง เขียนวัตถุ เขียนเชือก เขียนจุดหมุน (ซึ่งรายละเอียดตัวเกมจะสอนวิธีการเขียนชิ้นส่วนต่างๆให้) เพื่อนำลูกแอปเปิ้ล ไป ชนกับดาวในฉากให้ได้ ซึ่งในแต่ละฉากก็มีวิธีต่างๆหลายวิธีที่จะทำได้ ไม่ใช่วิธีเดียว พูดไปก็เข้าใจยากป่าวๆยังไง ดูเอาใน Vimeo ด้านล่าง แล้วจะอึ้งทึ่งกับไอเดียของเกมนี้เชียวล่ะ
จุดเด่นๆของเกมนี้มีสองอย่าง อย่างแรกคือระบบที่ทำออกมาได้อย่างแนบเนียนดูเหมือนจริงมาก ทั้งระบบแรงดึงดูด ระบบเชือก คาน โมเมนต์ และรอก ซึ่งตัวเกมก็ออกแบบมาอย่างรัดกุม พอจะให้มันเกิด Bug ให้น้อยที่สุด และ Art Direction ที่นำ กราฟิกแบบสีเทียนถูกนำมาใช้ได้อย่างน่ารัก สไตล์รูปของภาพทำให้นึกถึงสมัยเด็กๆได้ไม่ยาก
ส่วนเกมนี้เหมาะกับเด็กเล่นเสียมากกว่า คนโตแล้วจะเล่นก็ได้เพลินๆ แต่โดยส่วนตัวเห็นว่าพวกที่โตแล้วมาเล่น คงจะโกงเกมกันเต็มที่เลยทีเดียวเพราะความรู้มาก ซึ่งถือเป็นจุดด้อยของเกมนี้เลยก็ว่าได้ เพราะมันมีวิธีถึกๆโกงๆหลายวิธีที่เรียกได้ว่า ถ้าใช้วิธีประมาณนี้ก็ผ่านได้ทุกด่าน กลายเป็นสูตรตายตัวเกินไป
ในแง่การดีไซน์ของเกมนี้นับว่า น่าจับตามองมาก เพราะตัวเกมเข้าถึงคนได้ง่าย สื่อสาร สดใหม่ และเล่นสนุกอีกด้วย
ส่วนตัวเกม ใครอยากได้ ต้องขอหลังไมค์ เดี๋ยวฝรั่งมาจับเอา
Crayon Physics Deluxe trailer 2
February 2, 2009 at 6:29 pm · Filed under Games , Inspiration , Motion , Music
แม้เกมจะออกมากว่าเดือนแล้ว แต่ก็พึ่งได้เล่นเมื่ออาทิตย์สองอาทิตย์
สำหรับ DJMAX ภาคนี้เปิดตัวได้ตระการตาเหลือทนด้วย ฉาก Opening ที่มาแนว 3D ที่ผสานแนวทางของ Motino Graphic ไว้ได้อย่างลงตัว ในภาคนี้ยกเครื่องเพลงใหม่เกือบหมด แทบไม่มีเพลงจากภาค Emotional Sense กับ Sound Miracle เลย เพลงจาก Clazziquai Edition ก็มีอยู่บ้าง
เพลงมีหลายแนวมาก เพลงเจ๋งมากขึ้นแต่เพราะน้อยลง ส่วนมากเป็นเพลง Electronic กับ Rock ที่มากขึ้น เพลงที่ชอบนภาคนี้สำหรับเราคือ Cypher Gate, Sweet Shining Shooting Star, Shoreline, Colour of Sorrow
ระบบที่เพิ่มขึ้นมาคือระบบ ที่ช่วยในการกดคือ ไม่จำเป็นต้องกดถูกปุ่มก็สามารถได้ MAX และคอมโบไม่หลุดได้ เช่น ปุ่มสามเหลี่ยมหล่นลงมาเราก็กดด้วยปุ่มวงกลมได้ ส่วนระบบ FEVER ก็มีให้เล่นกันถึง X7 โดย FEVER ที่ X6 X7 นั้นจะใช้ Max จำนวนมากหน่อยในการเติม Gauge นั้น เราสามารถเลือกได้ตลอดว่าจะใช้ระบบ FEVER แบบไหน ซึ่ง FEVER แบบไหนดีกว่าก็แล้วแต่จะคำนวณกัน
ภาคนี้ยัง พัฒนาความยากอย่างไม่หยุดยั้ง ด้วยโหมด Mission ซึ่งใช้รูปแบบการล่นเหมือน Clazziquai Edition คือ ใช้เป็นระบบ Club Tour โดยต้องไปดวลกับ DJ ตาม Club ต่างๆซึ่งจะมีเงื่อนไขให้ปวดหัวกันต่างๆนาๆ ซึ่งก็ไม่ต่างจากเดิมมากเช่น Mission เกี่ยวกับ Accuracy ให้ได้กี่ % ก็ว่าไป Mission เกี่ยวกับการ Break เกี่ยวกับ Combo และ Score
ที่น่าสังเกตคือ Mission ในแต่ละอันจากที่เล่นๆมาพบว่า Mission หลายๆอันในช่วงกลางๆถึงหลังๆ ถูกออกแบบมาให้ยากพอดิพอดี ซึ่งโดยปกติจะเล่นยังไงก็ได้แค่เกือบจะได้เกือบจะได้ ซึ่งนำมาสู่การเล่นซ้ำแล้วซ้ำเล่า เพราะมันไม่ผ่านสักที ซึ่งนับว่าเป็นกลยุทธ์ที่ดีสำหรับการออกแบบเกม เพราะเกมที่ดีจะต้องมีลักษณะที่ทำให้ ผู้เล่นเกือบจะชนะ เกือบจะได้ แต่ก็ไม่ได้
จริงๆเกม DJMAX ถ้าเป็นคนที่เล่นประจำๆแทบไม่ต้องพูด แนะนำอะไรกันมาก เพราะรุ้จักกันในสไตล์ของมันอยู่แล้ว สิ่งที่รอสำหรับภาคใหม่ๆก็คืออยากได้ฟังเพลงใหม่ๆ ดู BGA ใหม่ๆ ระบบใหม่ และสำหรับคนที่เล่นเป็นประจำและยังไม่เคยเล่นภาคนี้ ก็อยากให้ลองเล่นดู โดยเฉพาะ คนที่เล่นและคิดว่า Mission ในภาค Sound Miracle มันง่ายเกินไป
ตบท้ายด้วย Opening Movie ของภาคนี้
January 20, 2009 at 3:02 am · Filed under Thought
มีเรื่องตลกๆเกิดขึ้นคือว่าเมื่อวานก่อนได้ลองอัดเสียงใส่แผ่น เพื่อส่งวิชาการใช้เสียงเพื่อการแสดง เค้าก็ให้อ่านข่าวส่งไปดู สิ่งที่ทำให้ประหลาดใจที่สุดก็คือเสียงของตัวเองที่อัดได้ มันไม่เหมือนเสียงตัวเราที่เราได้ยินตัวเองพูดอยู่ปกติเลยแม้แต่น้อย
ก็เอะใจตั้งแต่เรียนกับอาจารย์เอ๊ะแล้ว เพื่อนๆก็ชอบบอกว่าเราเสียงเหมือนอาจารย์เอ๊ะ ซึ่งฟังยังไงก็ไม่เคยรู้สึกว่าเหมือน ก็ได้แต่บอกไปว่า ก็เหมือนแต่วิธีการพูดมั้ง นิ่งๆเรียบๆเหมือนกัน แต่พอมาฟังเสียงที่อัดได้ก็พบว่า เออจริงๆแล้วมันก็คล้ายเหมือนกันนี่หว่า
เกิดมาอายุป่านนี้แล้วเรื่องเสียงที่เราได้ยินเวลาเราพูดเอง กับเสียงที่คนอื่นได้ยินมันคนละเสียงกันก็พอรู้อยู่(แต่ตอนเด็กๆคิดว่าเป็นการผิดเพี้ยนไปตามเทคนิกของเครื่องมือ) แต่ก็ยังอดปะหลาดใจในความต่างกันขนาดนี้ไม่ได้ มันทำให้กลับมานึกว่า อ่าวแล้วที่ผ่านๆมา เราไม่เคยได้ยินเสียงตัวเองจริงๆเลยรึวะเนี่ย? แล้วมันเสียงใครวะ แต่จริงๆก็แอบชอบเสียงที่ตัวเองได้ยินมากกว่าเสียงที่อัดเทปนะ
แล้วก็มานั่งคิดต่อว่านอกจากเสียงเนี่ย มันมีอย่างอื่นอีกป่าววะ ที่แบบเราคิดว่ามันเป็นอย่างนี้ แต่จริงๆตลอดเวลามันไม่ใช่อย่างที่เข้าใจเลย หรือบางทีไอ้ที่ดูตัวเองในกระจกกับรูปถ่ายกับที่คนอื่นเค้ามองเราก็ไม่เหมือนกันอีกล่ะเนี่ย ! จะว่าไปก็ไม่เคยเห็นตัวเองจริงๆซักทีนี่นา เห็นจิงๆก็เห็นแค่มือ แค่ขา แต่ไม่เคยเห็นหน้าตัวเองจริงๆเลย ไม่ต้องถึงกับทั้งตัวหรอก จะว่าไปก็อยากดูแฮะ ในมุมมองคนอื่นอะไรงี้ น่าสนใจดี
January 20, 2009 at 2:30 am · Filed under Uncategorized
เรื่องของเรื่องมีอยู่ว่าอยากอั๊พบล๊อก แล้วก็ไปบ่นใน Twitter ว่าอยากอั๊พบล๊อก ก็มีน้องคนนึงเค้าก็ Reply กับมาประมาณว่า ให้อั๊พเรื่องส่วนตัวบ้าง อือจะว่าไปก็ไม่ได้เขียนเรื่องส่วนตัวลงบล๊อกมาเป็นเวลาอันเนิ่นนาน ถ้าจะนับก็นับได้เป็นปี ถึงจะไม่นับเรื่องส่วนตัวการมานั่งพิมพ์อยู่อย่างนี้ก็ไม่ได้พิมพ์อะไรมานานแล้ว
สาเหตุนึงที่ไม่ได้พิมพ์อะไรลงบล๊อกนี้เลยในช่วงเวลาหนึ่ง ถ้าเป็นคนที่คุยกันอยู่เรื่อยๆก็จะทราบว่า ผมติดทำงานอยู่ที่บริษัทแห่งหนึ่งซึ่งงานมันค่อนข้างยุ่ง ถึงยุ่งมาก ทำให้ไม่มีเวลาได้มาเขียน หรืออย่างน้อยมีเวลาเขียนก็ไม่มีอารมณ์เขียน เนื่องด้วยมีภาระในหลายๆส่วนต้องจัดการมันให้หมดให้ไปในภาวะเวลาอันจำกัด
จริงๆการกลับมาพิมพ์อะไรยาวๆ จริงๆแล้วเป็นสิ่งหนึ่งที่สร้างความสุขได้ตลอด แต่ก็มักจะติดปัญหาอันงี่เง่าบ้าบอของตัวเอง ซึ่งมันเกิดจากการวางกฎของตัวเองเอาไว้ในช่วงหนึ่งว่า จะไม่เขียนเรื่องส่วนตัวรวมเอาไว้ในบล๊อกนี้ เพราะมีคนเดินเข้าออกบล๊อกนี้หลายคน และการเขียนเรื่องส่วนตัวลงไปในนี้ก็เป็นการยากเย็นเหลือเกินที่จะเขียนแล้วไม่ไปกระทบใครเข้า และอีกประการหนึ่งเพื่อให้บล๊อกนี้เป็นที่เก็บรวบรวมอะไรที่มันสาระๆเอาไว้
ซึ่งมาถึงตอนนี้ก็มีความรู้สึกที่เปลี่ยนไป จริงๆเรามีเรื่องอยากเล่าอะไรต่างๆมากมายเลย ตลอดเวลาที่หยุดเขียนอะไรที่เป็นเชิงๆไดอารีไป แต่ไม่รู้ว่าเป็นเพราะความแก่ หรืออย่างไร ทำให้มันรู้สึกแปลกๆ จนไปถึงความไม่กล้าที่จะเขียนอะไรแบบนั้นไปสู่ที่สาธารณะได้อ่านกัน
ก็เลยตัดสินใจว่าเอาเป็นว่าแยกไปเขียนอันที่เคยมีเอาไว้แล้วกัน ที่ http://arr3e.net/journal จะลองกลับไปเขียนๆแบบเรียบๆง่ายๆสบายๆดู หลังจากเขียนๆเกร็งๆในบล๊อกนี้มานานได้สักพักใหญ่
ก็ลองดู ปีใหม่แล้ว ลองทำตัวให้สบายๆขึ้นก็ดี รู้สึกว่าปีที่ผ่านมา มันเกร็งๆ มันแข็งๆไปหมด เมื่อก่อนก็ไม่ใช่แบบนี้นี่นา? แต่ก็ไม่ใช่ว่าต้องกลับไปเป็นเหมือนก่อนเช่นกัน? เขียนอะไรวะเนี่ย?
December 28, 2008 at 1:50 am · Filed under My Works
December 26, 2008 at 4:17 am · Filed under Thought
สิ่งใดเกิดขึ้นแล้ว สิ่งนั้นย่อมดีเสมอ
การเปลี่ยนแปลงเป็นหนึ่งในปรากฏการณ์
ปรากฎการณ์เกิดขึ้นแล้ว
ปรากฏการณ์นั้นย่อมดีเสมอ
เดือนนี้เป็นอีกหนึ่งเดือนที่มีบางสิ่งใหญ่ๆเกิดขึ้น อาจจะเป็นจุดเปลี่ยนแปลงใหญ่ หลังจากการเปลี่ยนแปลง พบว่าตัวเองแปลงเปลี่ยนบ้างอะไรบ้าง คนรอบข้างแปรเปลี่ยนบ้างอะไรบ้าง แต่ก็ไม่เห็นว่า สิ่งรอบๆตัวที่คุ้นเคย ถนนหนทาง ร้านรวง ผู้คนจะดูเปลี่ยนไปบ้างอะไรบ้าง
หรือบางทีที่ผ่านมาอาจจะหมกมุ่นอยู่กับอะไรสักอย่าง หมกมุ่นจนตัวเราเปลี่ยนแปลง และคิดว่าสิ่งต่างต้องแปลงเปลี่ยนไปบ้าง บางทีการกลับคืนสู่วิถีสามัญ วิถีอย่างเคยเป็น ก็นับเป็นการหยุดพัก หยุดหายใจ ก่อนเดินหน้าไปพบสิ่งใหม่ ที่ไม่รู้ว่าจะอะไรยังไงอีก
บางสิ่งบางอย่างอาจทำให้เชื่อว่า สิ่งนั้นคือเรา เป็นของเรา เราจะรู้ได้ยังไงว่าสิ่งนั้นเป็นของเราหรือเปล่า? จริงๆการครอบครองสิ่งนั้น ก็คงไม่ทำให้เราเปลี่ยนอะไรไปมาก การครอบครองบางสิ่งเพื่อแลกกับ การเปลี่ยนแปลงรายละเอียดในตัวเราเป็นเรื่องที่ต้องคิดหนัก ว่าคุ้มไปกว่ากันไหม
ณ เวลานี้
ไม่มีคำตอบอะไรชัดเจน เท่ากับการดำรงอยู่
December 23, 2008 at 8:04 am · Filed under Games
ที่ MBK มีเกมใหม่มา เกมของ DJMAX นี่แหละ แต่เป็นภาค Arcade สนุกมากลองดูตัวอย่างใน VDO ได้ อารมณ์ประมาณว่ามันเส้น Scan ให้เรากดตัวโน้ตแบบ Touch Screen ไล่ๆไป มีตัวโน้ตทั้งแบบเคาะธรรมดา เคาะที่เดิมเป็นจังหวะ กดค้างที่เดิม หรือกดค้างไล่ตามเส้นสแกนไลน์ สนใจเจอกันได้ที่ MBK เดี๋ยวนี้มีบัตรคิวแล้วด้วย พัฒนาจริงๆ
December 1, 2008 at 11:15 pm · Filed under Inspiration
November 11, 2008 at 4:30 am · Filed under Motion , My Works
In Collaboration With fixx89 and Littlemee
November 6, 2008 at 2:59 am · Filed under Music
นั่งทำงานอยู่ดีดีก็สะดุดกับเพลง Scene of the sunrise ของวง Post-Rock ญี่ปุ่น อย่าง Miaou
เท่าที่ฟังวง Post-Rock มาส่วนใหญ่ก็จะรู้สึกว่าเป็นมิตรกับวง Post-Rock ของญี่ปุ่นมากกว่าของฝั่งตะวันตก (Explosions in the Sky, Eluvium, Sigur ros, …) เข้าใจ(รู้สึก)ว่า เพลง Post-Rock ของญี่ปุ่นเข้าใจอะไรในจิตวิญญาณของฝั่งตะวันออก เข้าใจในเรื่องของชีวิต การดำรงอยู่ เข้าถึงได้มากกว่า เหมือนกับว่า มันเป็นสิ่งที่คุ้นเคย เป็นส่วนหนึ่งของอารมณ์หนึ่งในอยู่ในใจเราอยู่แล้ว ส่วนทางตะวันตกจะเน้นการทดลอง Sound ใหม่ๆ
สำหรับวงนี้ ก็ถือว่าเป็นวงที่รู้สึกว่าชอบ ทำเพลงออกมาได้ สีสันสดใส ฟังง่าย สบายๆ และพร้อมจะอิน กับอารมณ์ของเพลงได้ลึกๆด้วย ถ้าใครชอบ Word’s End Girlfriend ก็น่าจะชอบวงนี้ด้วย ยังไงลองติดตามฟังกันใน Last.fm ได้ ในนั้นมี Full Track ให้ฟังอยู่หลายเพลง
LINK :
MIAOU LAST.FM : http://www.last.fm/music/miaou
MIAOU OFFICIAL WEBSITE : http://www.miaoumusic.com/
DOWNLOAD :
SCENE OF THE SUNRISE BY MIAOU
September 27, 2008 at 9:59 am · Filed under Processing
เคยเอางาน Processing ของคนนี้ลงทีนึงแล้ว พึ่งเห็นงานนี้หลอนใช้ได้ เพลงประกอบ inspired มากๆ ทดลองชิมกันดู
September 24, 2008 at 7:58 am · Filed under Thought
ความคิดเกี่ยวกับความสัมพันธ์ยังไม่เคยจบ และไม่เคยตกตะกอน ความคิดนี้ยังวนเวียนอยู่เหมือนเรื่องหนึ่ง ที่ถูกศึกษาขึ้นเอง อาจจะถูกทำให้สนใจ หรือสนใจเอง
ลองนึกภาพเล่นๆ คนสองคนมีเส้นเชื่อมต่อกัน เส้นนี้คือเส้นความสัมพันธ์ เส้นสัมพันธ์ไม่ใช่ช่องทางการสื่อสาร สลับซับซ้อนกว่านั้นมาก ครอบคลุมถึงเรื่องที่ยากอธิบาย เรื่องความรู้สึก อารมณ์ ภาพมายา เราอาจจะสัมพันธ์กับบางคนที่เค้าไม่ได้สัมพันธ์กับเรา ความสัมพันธ์ซับซ้อนมากด้วยปัจจัย บางอย่างคล้าย บางอย่างเหมือน บางอย่างต่างกันโดยสิ้นเชิง ความสัมพันธ์ทะยานไปไกลแตกแขนงเป็นใยแมงมุม สารถูกส่งผ่านเส้นสัมพันธ์ครบบ้างไม่ครบบ้าง เส้นสัมพันธ์ซับซ้อน
ความสัมพันธ์ไม่เลือกเพศ ไม่เลือกสถานที่ ไม่เลือกกาลเวลา ความสัมพันธ์ทำให้หนึ่งหน่วยมนุษย์ใดๆแปรเปลี่ยน ความสัมพันธ์หนึ่งหน่วยต่อหนึ่งหน่วยใดๆอาจเปลี่ยนชีวิตคนหนึ่ง และอีกคนหนึ่งตามเส้นสายใยแมงมุม ความสัมพันธ์คงไม่จำเป็น ถ้าหนึ่งคนใดๆเข้าใจอีกหนึ่งคนได้ครบถ้วน
ความต่างกันทำให้ความสัมพันธ์เหลื่อมล้ำ เราสัมพันธ์กับคนอื่น แล้วเราสัมพันธ์กับตัวเองหรือไม่ เราเหลื่อมล้ำกับตัวเองหรือไม่
มอบให้แด่ความสัมพันธ์ใหม่
September 23, 2008 at 7:47 am · Filed under Books , Movie
ภาพยนตร์ รวมสามพลังเหงาจากบทที่ได้เค้าโครงมาจากเรื่องสั้นชื่อเดียวกันอย่าง Murakami เพลงประกอบโดย Ryuichi Sakamoto ผลงานกำกับของ Jun Ichikawa (Tokyo Marigold)
ภาพยนตร์เล่าเรื่องในสไตล์เดียวกับการอ่านหนังสือ ค่อยๆซึบซับที่ละบทที่ละ Scene เป็นลำดับ เรียบนิ่ง เรื่องเล่าจากหนึ่งไปสอง จากสองไปสาม จากย่อหน้าหนึ่ง ไปสู่ย่อหน้าหนึ่ง บรรยากาศทางภาพ และเสียง ต่อ ความรู้สึกที่รับได้ หนักอึ้งไม่ต่างกับตัวหนังสือต้นฉบับ
โทนี่เป็นคนกำพร้าแม่ ตั้งแต่วัยเด็ก มีชีวิตในลักษณะของเด็กชายขอบ ไม่ค่อยมีใครสนใจมาแต่เด็ก ยิ่งที่ตัวเองมีชื่อที่เป็นฝรั่งยิ่งกลายเป็นสิ่งแปลกปลอมเข้าไปใหญ่ โทนี พอใจและรู้สึกคงที่กับสถานะแบบนั้น จนโทนีได้เจอกับผู้หญิงคนหนึ่ง และได้ตัดสินใจแต่งงานกับเธอ
ภรรยาของโทนี่ไม่มีสิ่งใดที่ชอบมากไปกว่าการแต่งตัว เธอไปช้อปปิ้งทุกวัน เปลี่ยนห้องห้องหนึ่งของเธอเป็นห้องเก็บเสื้อผ้า จนวันหนึ่งเธอจากไป โทนี่ต้องกลับมาเรียนรู้การอยู่อย่างคนเดียวอีกครั้ง
เรื่องแต่งของ มูราคามิ มักไม่พูดถึงเรื่องราวในพื้นที่ใหญ่ๆ มักจะพูดเรื่องราวของคนไม่กี่คน มีความสัมพันธ์กันในระดับเรื่องทั่วๆไป ทุกส่วนล้วนดูแล้วสามัญ แต่หากจะมองอีกมุม ความสัมพันธ์เล็กๆจากหนึ่งคนกับหนึ่งคน หรือกับอีกหนึ่งคน กลับมีมิติมากพอจะสร้างมิติให้กับความรู้สึกทั้งทางลึกทางกว้าง ภาพยนตร์ดังเรื่องหนึ่งอย่าง Lost in Translation ก็ให้มุมมองในแบบคล้ายกันนี้ ถ้าความเหงาเป็นความรู้สึกทุนเดิม บางครั้งการได้ถูกพบ การมีคนให้ปฏิสัมพันธ์ ก็ทำให้เรารู้สึกถึงการมีอยู่ของตัวเราเอง
จริงแท้ยากจะอธิบายขยายเรื่องความสัมพันธ์ ความสัมพันธ์เกิดขึ้นได้ตลอดเวลา ตั้งแต่คนสองคนได้มีปฏิสัมพันธ์ ความสัมพันธ์เป็นเบื้องต้นที่จะก่อให้เกิดความเหงา ความสัมพันธ์ดำรงอยู่และแยกไม่อาจแยกขาดกับความเหงา ไม่ใช่เรื่องเดียวกัน แต่สัมพันธ์กัน
อ่านเรื่องสั้นได้ที่ : http://magna.cs.ucla.edu/~hxwang/newyorker/blog/files/tonytakitani.html
August 3, 2008 at 7:32 pm · Filed under Books
ไปรับมาแล้วครับ หนังสือ ERR-OR Graphic Book ทำดีมากๆครับ ปกเข้าเล่มอย่างเนียน แถม DVD, Sticker, Poster ติดฝาบ้าน
หนังสือเล่มนี้น่าจะเป็นหนังสือกราฟิกของไทยเล่มแรกและเล่มเดียว ที่ทำให้เราๆได้รับรู้ว่า กราฟิกในไทยตอนนี้เป็นอย่างไร ไปถึงไหนกันบ้าง (ที่จริงก็ส่วนนึงเองนะ) ในส่วนสัมภาษณ์ของหลายๆคนก็น่าสนใจดี หาครอบครองกันได้ที่ร้าน Err-or จตุจักร Section 4 Soi 1 กันเลยครับ ไปไม่ถูกหาแผนที่ในเวบ www.err-ordesign.com ดูกันได้ ราคาแพงหน่อย แต่คุ้มค่าครับ ซู๊ดยอด
PS. อันนี้ของพี่แมน http://pekko.exteen.com/20080618/err-or-graphic-book อยากเอามากางหนังสือถ่ายมั่ง ดูโปรดี
August 1, 2008 at 6:03 pm · Filed under Inspiration , Music
Photo Sticker Machine ;
Interview by Hualumpong Riddim
…
HLP : ลองอธิบายรวมๆ ของอัลบั้มนี้ให้คนที่ยังไม่ได้เป็นเจ้าของฟัง ว่าจะได้เจอกับอะไร
TPSM : ก็เหมือนเดิม ลองฟังดูดีกว่า ดนตรีก็จะอิสระมากขึ้น มีนักดนตรีตัวเป็นๆ มาเล่นมากขึ้น
HLP : แล้วอยากฝากอะไรถึงแฟนเพลง หรือ คนฟัง คนอ่าน
TPSM : ก็ฝากโลกของเราด้วยครับ
HLP : อู้
TPSM : ไม่ใช่แค่ประเทศเรานะครับ โลกของเราครับ มีคนบอกว่า เราแค่ยืมมันมาจากลูกหลานของเราเท่านั้น ผมว่านอกนั้นเรายังดันถือกรรมสิทธิ์เหนือดินแดนของสัตว์อื่นๆ นอกจากสัตว์มนุษย์จนเกินกว่าเหตุครับ
HLP : อ้า
TPSM : เรามีชีวิตกันไม่นานครับเมื่อเทียบกับโลกของเรา หรือ จักรวาล ไอ้อีกไม่นานก็ตาย ไม่ได้หมายความว่าให้กอบโกยสุขกันจนเกินพอดี ถ้าคุณมีลูกมีหลานคุณจะเข้าใจมัน
HLP : ….
TPSM : วันนึงลูกสาวผมถามผมว่า น้ำจะท่วมโลกหรือพ่อ ผมก็ถามว่ารู้มาจากไหน เขาบอกจีนบอก (เพื่อนสนิทลูกสาว) เขาก็บอกต่อว่า ฟ้าไม่อยากให้มันท่วมเลย ทำไม่มันต้องมาท่วมตอนนี้ด้วย แล้วจะทำยังไง พูดเสร็จแล้วร้องไห้ครับ
HLP : …
TPSM : มันทำให้ผมอึ้งเอามากๆ เลยครับ
HLP : …
TPSM : …
HLP : ครับ คำถามที่ไม่มีคำตอบ หรือ ยากที่จะตอบ หรือ รู้คำตอบแต่ยากจะเปลี่ยนแปลง มันเริ่มกันได้ที่ตัวเราเอง ครับ เริ่มจะตัวเราแล้วขยายออกไปให้กว้างครับ ถ้าทุกคนทำไม่ต้องมาก ลด ละ เลิก คนละนิดรวมกันก็มหาศาล ลองนึกดูแค่เราออกตังคนละ 50 สตางค์ ทั้งประเทศจะได้เงินเกือบ 40 ล้านบาทครับ ถ้าทั้งโลกจะแค่ไหน
TPSM : …
Credit : The Photo Sticker Machine Interview : )
http://hualampongriddim.blogspot.com/2007/11/hlp-tpsm-hlp-tpsm-mastered-ga-pi.html
July 29, 2008 at 5:25 am · Filed under Inspiration
ไม่ใช่ว่าไม่มีอะไรจะอั๊พ เลยแนะนำเวบถี่ๆ แต่ช่วงนี้มีงานต้องออกแบบเวบไซต์ เลยได้สำรวจเวบไซต์ใหม่ๆ หลังจากที่ไม่ได้เข้าไปดูพวกเวบดีไซน์ใหม่ๆมานาน ; ปกติจะไม่ชอบเวบที่ออกแบบด้วย flash ทั้งตัว เพราะรู้สึกว่า ใช้ยาก ต้องทำความเข้าใจ ต้องหาที่คลิกงงไปหมด จึงไม่นิยมชมชอบ แต่หลังจากเข้าเวบนี้เข้าไปก็พบว่า มันก็มีเวบแฟลชที่ใช้งานง่ายๆอยู่เหมือนกัน ซึ่งเวบแฟลชตัวนี้ส่วนตัวรู้สึกว่า ค่อนข้างสมบูรณ์แบบในเรื่องของ function เลือกดูงานง่ายมาก จัดทุกอย่างเป็นหมวดหมู่ เข้าใจง่าย รูปแบบก็ออกแบบได้สอดคล้องกับคอนเสปดี งานออกแบบก็ใช่ย่อย อย่างนี้ต้องขอ bookmark ลงบล๊อกซักหน่อย
LINK : http://www.urbansilo.com/
July 28, 2008 at 12:19 am · Filed under Inspiration
บิอั๊พเวบด้วยย (www.twelveofnovember.com) ไปดูกันเนอะ ไปดูๆๆๆๆกันไปดูกัน : D : D อลังการงานสร้าง จนอยากเปลี่ยนของตัวเองมั่ง 55
July 26, 2008 at 1:29 pm · Filed under Inspiration
อีกคนหนึ่งที่เราค่อนข้างชื่นชมในผลงาน หลายคนอาจจะไม่รู้จักในชื่อ Design reform council แต่อาจจะรู้จักเค้าในชื่อ Spookery Atomic Computer อือ ก็คือพี่เหนือคนเีดียวกันนั่นแล เราว่างานพี่เขาน่าสนใจ โดยเฉพาะในเรื่อง Process วิธีการคิดงาน ซึ่งงานจบเค้าก็ไม่ได้ยิ่งหย่อนไปกว่ากันเลย พอดีพึ่งจะเห็นว่าเค้าเป็น official website แล้ว เลยเอามาแบ่งปันกันดูน่ะ
Next entries »